การติดตั้ง xdebug และทำ profiling

บน localhost ผมใช้ wamp ซึ่งมี xdebug แถมมาให้อยู่แล้ว
ไม่ต้องทำอะไรมาก แค่ไปที่ php.ini ณ บรรทัดเกือบๆสุดท้ายจะมี config ของ xdebug อยู่

เปลี่ยนจาก

xdebug.profiler_enable_trigger = off

เป็น 

xdebug.profiler_enable_trigger = 1

ซึ่งตัวนี้จะอนุญาติให้เรา profiling ได้โดยใส่ XDEBUG_PROFILE ใน get หรือ post หรือใน cookie
ซึ่งใช้ด้วย cookie จะทำ profiling ได้ครอบคลุมกว่า

หลังจากนั้นก็ลอง profiling app ที่เราทำดู
ซึ่ง profiling logs จะถูกเก็บที่ /wamp/tmp (ค่า default)

เวลาจะดูก็ใช้ webgrind ซึ่งก็มาพร้อม wamp
โดยเข้าไปที่ http://localhost/webgrind

จบ

ในฝั่ง server
ต้องลง xdebug ด้วย pecl

$ pecl install xdebug

และก็เอา config ไปใส่ใน php.ini เอง
ซึ่งการจะหาว่า php.ini อยู่ไหนก็แค่ใช้คำสั่ง

$ php –ini
Confiuration File (php.ini) Path: /etc
Loaded Configuration File: /etc/php.ini

ส่วนการทดสอบว่า xdebug install ไปแล้วหรือยัง ใช้คำสั่ง

$php –version

ซึ่งจะแสดง version ของ xdebug ต่อท้ายมาด้วย

Advertisements

15 แนวคิดของผู้ประสบความสำเร็จ

15 แนวคิดของผู้ประสบความสำเร็จ (จอห์น ซี แมกซ์เวล, How Successful People Think )

“บุคคลที่ประสบความสำเร็จต่างๆของโลกนั้น ล้วนแต่มีสิ่งหนึ่งที่เหมือนกัน –พวกเขาคิดต่างจากคนทั่วไป”

1. คิดให้เป็นกิจวัตร การจะเป็นนักคิดที่เก่งจำเป็นต้องมีการฝึกฝนเป็นประจำ

แดน แคธี ซีอีโอของ Chick-fil-A แฟรนไชส์ฟาสต์ฟูดชื่อดังของสหรัฐ จัดเวลาให้ตนเองครึ่งวันทุกๆ 2 สัปดาห์ 1 วันทุกๆ เดือน และ 2-3 วัน ทุกๆ ปี เพื่อคิดตริตรองและวางแผนในเรื่องต่างๆ

2. ใช้กฏ 80/20 นั่นคือ อุทิศ 80% ของพลังงานทั้งหมดในตัวคุณให้กับ 20% ของกิจกรรมที่สำคัญที่สุด

จำไว้เสมอว่าคุณไม่สามารถอยู่ได้ทุกหนทุกแห่ง รู้จักคนทุกคน ทำอะไรได้ทุกสิ่ง หลีกเลี่ยงการทำหลายๆ กิจกรรมพร้อมกันหากมันทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานของคุณลดลง

3. เปิดกว้างตนเองแก่ความเห็นที่แตกต่างและเปิดใจแก่ผู้คนหลากหลายประเภท

4.ไอเดียเป็นสิ่งสำคัญ แต่การต่อยอดไอเดียนั้นก็สำคัญไม่แพ้กัน

เตือนตัวเองไว้เสมอว่าไอเดียนั้นไม่มีสารกันบูด จงรีบทำอะไรกับไอเดียดีๆ ที่เราคิดขึ้นมาได้ก่อนที่มันจะหมดอายุไปเสีย

5. ความคิดที่ดีนั้นใช้เวลาในการสร้าง

อย่าเพิ่งลงหลักปักฐานกับสิ่งแรกที่เข้ามาในหัวของคุณ ความคิดที่ดีมักจะต้องมีการปรับแต่งให้มีรูปร่างและผ่านกระบวนการทดสอบมาแล้ว

6. คนฉลาดมักจะชอบทำงานร่วมกับคนฉลาด

การคิดร่วมกันมักให้ผลตอบแทนที่ดีกว่าคล้ายกับเป็นทางลัดให้กันและกัน การระดมความคิดจึงเป็นวิธีการที่เพิ่มประสิทธิภาพและความรวดเร็วให้กับงานต่างๆ

7. ความคิดกระแสนิยมอาจไม่ใช่ความคิดที่ดีที่สุดเสมอไป

อย่าเพียงทำตามผู้อื่นเพราะคิดว่าเป็นสิ่งที่ใครๆ ได้ไตร่ตรองมาแล้วจึงย่อมจะดีเสมอ ผู้ที่ประสบความสำเร็จมากกว่ากว่าใครๆ นั้นมักคิดอะไรด้วยตนเอง เขาจึงโดดเด่นจากฝูงชน

8. วางแผนหรือกลยุทธ์ตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อลดความผิดพลาด

ให้แตกประเด็นใหญ่เป็นส่วนย่อยๆ เพื่อแยกแยะปัญหาที่เกิดขึ้น จากนั้นอย่าลืมตรวจสอบทรัพยากรและเครื่องมือต่างๆ ที่คุณมีและจัดวางมันให้เหมาะสมในการแก้ปัญหา

9. หาเวลาคิดและทำในสิ่งที่แตกต่างอยู่เสมอๆ

ลองทำอะไรในกิจวัตรประจำวันที่คุณยังไม่เคยทำมาก่อนเพื่อการหาประสบการณ์ใหม่ๆ ในชีวิตและหามุมมองกับไอเดียความคิดที่สดใหม่

10. ความคิดคุณไม่มีทางที่จะถูกต้องเสมอไป

ให้โอกาสกับความคิดผู้อื่นบ้าง

11. มีกำหนดการอยู่เสมอ อย่าวางแผนเพียงวันต่อวัน

ควรวางแผนล่วงหน้าระยะยาวให้เป็นนิสัย คิดก่อนว่าจะเรียนรู้เรื่องอะไรจากใคร คนฉลาดจะไม่เข้าสู่การประชุม งานสังสรรค์ หรือการจิบกาแฟพูดคุยอย่างไร้จุดหมาย (ใช้เวลาไปสร้างสรรงานอื่นๆ ดีกว่าเสียเวลาประชุมอะไรที่ไม่มีผลผลิตที่มีค่าพอ)

12. ฝึกฝนการคิดสะท้อน (Reflective Thinking) หรือการคิดหลายแง่มุม

นี่เป็นการคิดเป็นระบบเหตุผลอย่างเป็นวิทยาศาสตร์ การคิดที่มาจากการไตร่ตรองแล้วจะทำให้คุณมีความมั่นใจในการตัดสินใจ

13. หลีกเลี่ยงการพูดแง่ลบกับตนเอง จงคิดว่าคุณสามารถทำได้ และคุณจะทำ

คนฉลาดจะไม่เห็นข้อจำกัดต่างๆ แต่ในทางกลับกันเขาจะเห็นโอกาสที่ถูกหยิบยื่นมา

14. มีความคิดสร้างสรร 

อุทิศเวลาให้กับการค้นหาไอเดียใหม่ๆ อย่าไปกลัวความคลุมเครือและความล้มเหลวในเรื่องต่างๆ

15. อย่ามองโลกในแง่บวกไปเสียทุกเรื่อง

ต้องคิดให้สมเหตุสมผล และยอมรับความเป็นจริง คิดวิเคราะห์ทั้งในแง่บวกและแง่ลบ จำลองสถานการณ์เลวร้ายที่สุดที่สามารถเกิดขึ้นได้ และไม่ลืมที่จะวางแผนบนพื้นฐานของทรัพยากรที่ตนเองมีอยู่

ท้ายที่สุดนั้น อย่าลืมว่าคุณสามารถเปลี่ยนแนวคิดของคุณได้ การเรียนรู้กระบวนการคิดที่ถูกต้องจะทำให้คุณเป็นคนที่คิดอย่างมีประสิทธิภาพ หากคุณสามารถสร้างวินัยในการการคิด มันจะเป็นนิสัยที่ติดตัวคุณไปตลอด และจะเป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้คุณประสบความสำเร็จในชีวิต

Credit : กร ดุรงคเวโรจน์

พออ่านเจอข้อแรก ก็ทำให้เราตระหนักได้ว่า เดี๋ยวนี้ เราให้เวลากับตัวเองน้อยมาก

การเลือกผ้า

  • ผ้าทอเนื้อดี เส้นด้ายยืนและเส้นด้ายพุ่งจะตัดกันเป็นมุมฉาก
  • ทดสอบด้วยการกำหรือขยี้ผ้า ถ้ากำแล้วไม่คลายตัวและคงรอยยับ แสดงว่าไม่ทนยับ
  • รีดผ้าหรือขยี้ผ้าเพื่อดูว่ามีการเพิ่มเนื้อผ้า เช่น ตกแต่งเนื้อผ้าด้วยการลงแป้งหรือไม่
  • ผ้าฝ้าย(cotton) มีคุณสมบัติเหนียว ยับง่าย ดูดซึมน้ำ/ระบายความร้อนได้ดี ติดไฟง่าย 
  • ผ้าไนลอน เป็นผ้าใยสังเคราะห์ เหนียว ยืดหยุ่น ซักยาก ไม่หดตัว ไม่ขึ้นรา เป็นมันวาว
  • ผ้าโพลีเอสเตอร์ เป็นผ้าใยสังเคราะห์ มีความเหนียวคงตัว ซักง่าย แห้งเร็ว ย้อมติดสียาก
  • ทดสอบว่าผ้าสีตกหรือไม่ ให้ตัดผ้าฝ้าย 100% สีขาวแช่น้ำให้ชุ่มชิ้นเล็กๆ นำไปถูกับผ้า ถ้าผ้าสีตกก็จะเกิดรอยปนเปื้อนบนผ้าฝ้าย

จำเป็นไหมที่ระบบปิดจะต้องไม่มีระบบค้นหา

ผมลองเข้าไปใช้งาน “ระบบการจัดการชั้นเรียนออนไลน์” ในเครือเว็บ blog ของมหาลัยชื่อดังแห่งหนึ่ง

ก็ค่อนข้างเข้าท่า คือ มันสุดยอดและหล่ะ ที่เขียนระบบขึ้นมาเองแทนที่จะไปใช้ opensource หรือระบบของต่างประเทศ ก็เป็นหน่วยงานในมหาลัยนี่นา

ในระบบนี้จะเป็นการสร้างห้องเรียนออนไลน์ โดยผู้ที่(ได้สิทธิ์)เป็นครูจะสามารถสร้างชั้นเรียนได้
และผู้ที่(ได้สิทธิ์)เป็นนักเรียน ก็จะสามารถเข้าไปดูรายละเอียดชั้นเรียนได้ว่า เรียนอะไรบ้าง 
ถ้าอยากจะเข้าเรียนก็ส่งความต้องการเข้าเรียนให้กับผู้เป็นเจ้าของชั้นเรียน
… นอกเหนือจากนี้ยังไม่ได้ทดลองว่ามีรายละเอียดอะไรบ้าง เพราะว่ายังติดปัญหาตรงที่

“ไม่มีระบบค้นหาชั้นเรียน”

มันทำให้ผู้เรียนไม่สามารถจะรู้ได้ว่า ชั้นเรียนที่เค้าต้องการมันอยู่ตรงไหน
ซึ่งถ้าระบบการเรียนการสอนนั้น ไม่มีระบบค้นหาชั้นเรียน
นั่นหมายความว่าผู้เรียนจะสามารถไปลงเรียนได้ก็ต่อเมื่อได้รับ link จากผู้สอนโดยตรง
ไม่ผ่านระบบ ดังนั้นมันจะไปแตกต่างอะไรกับการเอาข้อมูลต่างๆยัดลง google drive หรือ dropbox แล้วส่ง link ไปให้นักเรียน

ด้วยความเป็น dev ที่ดีจึงอธิบายให้ผู้พัฒนาเข้าใจ
แต่เค้าดูเหมือนจะไม่เข้าใจ คิดว่าที่ผมต้องการคือเข้าเรียนในชั้นเรียน หรืออะไรสักอย่าง 

สุดท้ายเค้าบอกว่ามันเป็นระบบปิด ต้องขอเข้าชั้นเรียนก่อน (ซึ่งก็ไม่ได้ตรงกับที่ผมพยายามจะสื่อสารกับเค้า และมันเป็นเรื่องจำเป็นหรือที่ระบบปิด จะต้องไม่มีระบบค้นหา ?)

ไม่รู้ว่าผมหรือปล่าวที่สับสน บางทีผมต้องปีนไปบนหอคอยงาช้างล่ะมั๊ง

ref:
น่าจะมีระบบค้นหาชั้นเรียน
เสวนาเทคนิคการเรียนการสอนโดยการใช้ ClassStart