weekly log 01

Street fighter !

  1. สัปดาห์นี้เป็นสัปดาห์ที่มีการบ้านเยอะมาก
  2. วันอังคารแอบไปสัมภาษณ์งานมาด้วย
    – แต่ไม่ได้คาดหวังว่าจะได้งานใหม่
    – คาดหวังว่าจะได้คำแนะนำ และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับคนระดับ CEO มากกว่า
    – ซึ่งก็ได้จริงๆ
    – เค้าบอกว่าโปรแกรมเมอร์ในไทยสูงสุดก็คือ specialist
    – เงินเดือนระดับเรา ถือว่าเยอะเกินไปแล้วสำหรับ specialist
    – ถ้าอยากเยอะกว่านี้ต้องเปลี่ยนมาสาย project manager
    – specialist ก็เหมือนกับนักสู้ที่เก่งแต่ในเขตของตัวเอง แต่สู้คนอื่นไม่ได้เมื่ออยู่นอกเขต
    – project manager ต้องเป็นนักสู้ข้างนอก สู้กับ AE กับลูกค้า กูต้องชนะ กูต้องปิดโปรเจคให้ได้
    – แววตาของเราดูไม่ออกว่าจะสู้หรือปล่าว
    – และคำพูดก็ดูเหมือนจะโอนอ่อนผ่อนตามเค้าไปเสียหมด
    – เราควรจะฝึกบุคลิกภาพที่สู้คนอื่น
    – เราเป็นคนที่สู้นะ แต่ไม่ใช่การวิ่งเข้าไปตรงๆแบบนั้น
    – มองในมุมลูกค้า “ก็อยากให้เสร็จตามเวลาที่กำหนด เพราะถ้าไม่เสร็จก็จะต้องเสียเงินและเวลา”
    – มองในมุมคนที่ไปคุยกับลูกค้า “ก็อยากให้เสร็จตามเวลา เพราะถ้าไม่ตามเวลา ลูกค้าก็จะเสียเงิน และโดนลูกค้าด่า มีคนหลายต่อที่ถูกด่า”
    – มองในมุมคนทำงาน “เลื่อนได้ไหม ผมไม่อยากกลับดึก ยังงัยก็ได้เงินเดือน”
    – สุดท้ายผมว่าบริษัทนี้ไม่ผ่าน เพราะเค้าไม่ค่อยมีความ respect คนอื่นเท่าไหร่เลย
    – และผมก็ไม่อยากเสียเวลามากกว่านี้ เป้าหมายของผมคือการสร้างบริษัท ไม่ใช่การหาบริษัทใหม่
    – และผมก็อยากจะเป็น specialist ที่มีเงินเยอะ และบริษัทที่ผมสร้างก็ควรจะเป็นบริษัทที่ respect specialist ไม่งั้นประเทศเราก็ต้องใช้ opensource ของคนอื่นไปทั้งชาติ
  3. วันอังคารอีกเช่นกันที่กินเยอะมาก จนทำให้เป็นกรดไหลย้อน
  4. วันพุธตื่นมาเจ็บหน้าอกยาวไปจนถึงวันพฤหัส
  5. ไปหาหมอวันพุธตอนเช้า หมอให้มาแต่ยาเม็ด มองดูแล้วไม่มียาอะไรที่มันลดอาการเจ็บหน้าอก ณ ตอนนี้เลย
  6. ตอนบ่ายทนไม่ไหวกินยาพาราไปเม็ดนึง ก็ยังปวดอยู่และง่วงด้วย = =’
  7. วิชาอาจารย์ถาวรเรียน business cockpit
    – business cockpit ก็คือการประชุมที่ดูภาพรวมของ 1. ผลประกอบการ 2. ปัจจัยภายนอกที่มีผลกระทบกับบริษัท 3. ปัจจัยภายในที่เกิดขึ้น
    – ในการประชุมจะพูดถึงเรื่อง ปัญหาที่เกิดขึ้น แน้วโน้มต่างๆ การแก้ไขปัญหา
    – zodio ก็น่าจะเป็นปัญหาเช่นกัน ผมคิดว่ามันน่าจะมีมุมแดง
    – คนคิด business cockpit เป็นหมอผ่าตัดสมองและเป็นนักขับเครื่องบิน
    – ลักษณะของกราฟที่เอามาแสดงมันเลยลอกเลียนแบบมาจากหน้าปัดเครื่องบิน (หรือ cockpit) และลักษณะการแสดงกราฟนั้นดูน่าตื่นตาตื่นใจ เพราะเค้าเอาทฤศฏีการรับรู้ของสมงอต่อสิ่งเร้ามาใช้
    – ชอบไอเดียของคนคิดจริงๆ ที่ผสมผสานกันระหว่างสิ่งที่ชอบกับ thesis
    – ราคาแพงมากสำหรับไอเดีย รวม software แล้วคือเงิน 4 ล้านบาท (ในสิบปีที่แล้ว)
    – น่าจะเป็น oracle ที่ซื้อ business cockpit ไป (ตาหมอรวยไปมากมายหลังจากขายไอเดีย และยังขายสิทธิบัตรให้ oracle อีก)
    – นี่คือตัวอย่างของ thesis ที่เอามาขายทำเงินได้มหาศาล (ทั้งๆที่เป็นแค่แนวคิดเท่านั้น)
  8. วิชา Database ทำ present
    – ได้เต็ม แบบ งงๆ เช่นเดิม
    – แต่ก็น่าจะเป็นอย่างนั้น เพราะกลุ่มเราโฟกัสตามที่อาจารย์ระบุ แต่กลุ่มอื่นโฟกัสผิดจุดบ้าง ทำมาไม่ครบบ้าง
    – สอบบทที่ 10 11 12 13 15 และเรื่อง PLSQL เบื้องต้น
    – อาจารย์บอกข้อสอบหมดเลย รู้สึกไม่สนุกอย่างไรก็ไม่รู้
    – แต่ถ้าอาจารย์ไม่บอก เทอมหน้าเด็กก็จะน้อยไปกว่านี้อีก เงินเข้าคณะทั้งนั้น
    – จำได้ว่าอาจารย์เคยบอกว่า ป.ตรี เป็นการลงทุนที่ขาดทุน แต่ก็ต้องทำเพราะทำเพื่อสังคม ป.ตรีภาคพิเศษ อันนี้เก็บเงินๆ ป.เอก ขาดทุนเป็นสิบๆเท่าของป.ตรี แต่ต้องเปิดเพื่อเอาหน้าว่าเราก็สามารถมีป.เอกได้นะ ป.โท อันนี้ก็เก็บเงิน
  9. ต้อง redesign/rebuild เว็บไซด์ของคณะใหม่
  10. เราจะไม่ทำตามที่อาจารย์สอน (ไปเก็บ requirement) เพราะว่านี่เป็น lab ของเรา เราจะทำตามเทคโนโลยีที่เราสนใจในตอนนี้😀
  11. เราต้องพยายามมากกว่านี้ ในการเข้ากับสังคม เพื่อที่ว่าเราจะเป็นนักสู้ไปลุยกับคนอื่นได้

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s