How to วิธีถ่ายรูปกล้องฟิล์มสไตล์ญี่ปุ๊น ญี่ปุ่นโดยไม่ต้องแต่งภาพ

Originally posted on // a r t y t ' s b l o g : บ ล็ อ ก ข อ ง อ า ทิ ต ย์ //:

พักนี้มีน้องๆที่สั่งฟิล์มที่ร้านเรา มักจะถามถึงว่าอยากได้รูปแนวญี่ปุ่นๆ (ไม่ใช่ AV นะ) คือแบบขาวโพลนๆ กรุ๊กกริ๊กๆ แบบใน Magazine ญี่ปุ่น จะใช้ฟิล์มอะไร หรือใช้กล้องอะไรประมาณนี้นะ…  เราก็บอกไปว่า จริงๆกล้องนี่ถ่ายได้หมดแหล่ะ มีอะไรอยู่มันก็ถ่ายได้ การเลือกฟิล์มก็มีผล ก็นี่ล่ะข้อดีของฟิล์มจะปรากฏ เพราะการถ่ายอะไรแบบนี้ ถ้าเราเข้าใจโทนภาพนะ ไม่ต้องมาแต่งภาพทีหลังเลย ถ่ายอะไรออกมาก็ได้แบบนั้นแหล่ะ แต่คือรายละเอียดมันเยอะวุ๊ยย อธิบายไงดี…  นั่งนึกไปนึกมา ก็คิดว่า เฮ้ย.. น่าจะทำเป็น How to ไปเลยดีกว่า น่าจะเข้าใจง่ายดี เหมาะกับมือใหม่

ว่าแล้วเราก็มองซ้ายมองขวา กล้องตัวไหนว่างอยู่ อ่อ.. Olympus OM-1 มีอยู่ตัวนึงไม่มีฟิล์มใส่อยู่ คว้าไป เอาฟิล์มอะไรดีล่ะ..มองไปในสต็อคฟิล์มตัวเอง.. อืม อันนี้ละกัน Kodak Proimage 100 เพราะว่าราคาไม่แพง และโทนสีเหมาะด้วย น้องๆน่าจะชอบกัน โหลดฟิล์มเข้าไปป๊าปป… มาเริ่มกันเลยยย

เตรียมความพร้อมกันก่อน

1. กล้องฟิล์ม มีอะไรอยู่ก็ใช้ตัวนั้นแหล่ะ ไม่จำเป็นต้องไปซื้อใหม่ให้เปลืองตังนะ นอกจากว่า เฮ้ย..มีตังอ่า ไรงี้ ก็ไม่ว่ากัน แนะนำว่าเป็นกล้องที่รูรับแสงกว้างๆ (ค่า F มันน้อยๆนั่นแหล่ะ เช่น F1.7 อะไรแบบนี้) และถ้ามันปรับ Manual ได้จะดีมาก อย่างน้อยๆก็ปรับรูรับแสงเอง

2. ฟิล์มสี มีผลในการให้โทนภาพอยู่ ไม่จำเป็นต้องราคาแพงเลย ขอแค่เป็นฟิล์มใหม่ ไม่เอาฟิล์มบูดนะ เพราะมันจะเดาไม่ได้ว่าโทนจะเป็นแบบไหน และฟิล์มบูดส่วนใหญ่จะให้ภาพ Under สีเพี้ยน ฟิล์มที่เหมาะกับการถ่ายประเภทนี้ เช่น Kodak Colorplus 200 , Kodak Proimage 100 , Kodak Gold 200 หรือถ้าจะราคาสูงขึ้นมาอย่าง Kodak Portra 160 , Fujicolor 100 , AGFA Vista 200 เป็นต้น พยายามใช้ ISO ที่น้อยๆเข้าไว้ (ค่าความไวแสงของฟิล์มน่ะ ให้มันต่ำๆ เช่น 100 หรือ 200 ตามชื่อรุ่นฟิล์มนั่นแหล่ะ)

3. พรอพต่างๆ เช่น ต้นไม้ใบหญ้า กระบองเพชรที่ฮิตๆกันน่ะ เลือกที่มันดูญี่ปุ่นๆนะ ดูตาม Magazine ได้ หรือพวกของกรุ๊กๆกริ๊กๆทั้งหลายแหล่ะ ถ้วยกาแฟ ตุ๊กตาวินเทจ หรือแม้แต่กล้องฟิล์ม หรือหนังสือที่มีตัวหนังสือญี่ปุ่นสวยๆงิ ไม่เอาโป๊นะ ภาพออกมาฮือฮาเลยทีเดียว

4. สิ่งสำคัญที่สุดในสิ่งที่ต้องมี ก็คือ “แสงแดด” สำหรับเรา สิ่งนี้เป็นสิ่งสำคัญที่สุดของการถ่ายภาพสีนะ ไม่ว่าจะแนวไหน แสงยังไง จะได้ภาพแบบไหน เราต้องอาศัยแสงหมด ถ่ายภาพแนวญี่ปุ่นๆควรจะใช้แสงแดดที่ไม่แรงจนเกินไป แต่ต้องไม่เย็น ไม่มืดจนเกินไป เวลาประมาณ 8-9 โมงเช้า หรือ บ่าย 3-4 โมงเย็นกำลังดี…

View original 139 more words

10 Things You Need To Drop To Stay Motivated

ที่มา: http://www.lifehack.org/articles/communication/10-things-you-need-drop-stay-motivated.html

1. You will need to drop the sense of entitlement
ในที่นี้หมายถึง อย่ารีรอให้ใครมาช่วยเหลือ ถ้าเรามีเป้าหมาย เราก็ต้องเริ่มด้วยตัวเรา ทำด้วยตัวเรา เราถึงจะสามารถบรรลุเป้าหมายนั้นได้

2. You will need to drop stress
อย่าไปเครียด อย่าหมกมุ่นอยู่กับงานมากเกินไป ชิวิตต้องพักบ้างไรบ้าง คอมพิวเตอร์ยังพังเลยถ้าทำงานหนักๆ แล้วร่างกายคนเราล่ะ ถ้าทำงานไม่พักจะไหวเหรอ ออกไปพบปะผู้คน ออกกำลังกาย เลี้ยงสัตว์ ฯลฯ

3. You will need to drop negativity
พยายามมองโลกในแง่ดี การมองโลกในแง่ร้ายจะทำให้คุณยิ่งอยู่ห่างจากสังคม นั่นหมายถึงอยู่ห่างความช่วยเหลือด้วย ความสำคัญคือเราต้องพยายามอยู่กับสังคมและผู้คนที่อยากช่วยเหลือเรา แต่เราต้องพยายามอยู่ห่างคนที่ไม่ได้ใส่ใจกับความฝันของเรา

4. You will need to drop comparisons
เลิกเปรียบเทียบตยเองกับผู้อื่น(หรือผู้อื่นกับผู้อื่น) ได้แล้ว การเปรียบเทียบในลักษณะนี้จะทำให้คุณมีนิสัยขี้อิจฉาริษยา

5. You will need to drop time management issues

“Don’t watch the clock; do what it does. Keep going.” – Sam Levenson

บางครั้งก็ลืมเรื่องเวลาไปบ้าง ทำทุกอย่างที่สามารถทำได้

6. You will need to drop impatience
จะรีบร้อนไปใย คนที่เร่งรีบ โดยปกติคือคนที่ไม่สามารถทำงานได้ตรงตามเป้าหมายที่เขาวางไว้(นั่นเป็นเหตุที่เขาต้องเร่งรีบ) จงใช้พลังอย่างคุ้มค่า อย่าเร่งรีบจนเกินไป

7. You will need to drop the lazy attitude

“The secret of getting ahead is getting started.” – Mark Twain

อย่าขี้เกียจ

8. You will need to drop the ungrateful mindset

9. You will need to drop the serious mentality
อย่าจริงจังกับชีวิตมากเกินไป หยุดพักบ้าง อยู่กับครอบครัวบ้าง เป้าหมายที่ยิ่งใหญ่จะสำเร็จได้ถ้าเราทำเป้าหมายให้เล็กๆ หลายๆเป้าหมายและทำให้มันสำเร็จไปทีละอย่าง

10. You will need to drop the excuses
เลิกโยนความผิดให้คนอื่น เลิกหาเหตุผลมากล่าวอ้าง

Vocab:
entitlement: the fact of having a right to something
impatient: having or showing a tendency to be quickly irritated or provoked
ungrateful: not feeling or showing gratitude
excuses: seek to lessen the blame attaching to (a fault or offence); try to justify

องค์ประกอบของค่าจ้าง (Pay Mix) กับความสำเร็จของธุรกิจ

Originally posted on Prakal's Blog:

ผมได้เขียนเรื่องราวเกี่ยวกับองค์ประกอบของค่าจ้างของสายวิชาชีพต่างๆ มา 3 ตอน ผมเชื่อว่าท่านผู้อ่านน่าจะพอเห็นภาพของคำว่า Pay Mix มากขึ้น และพอที่มองเห็นความสำคัญของมันว่ามีความสำคัญต่อการบริหารค่าจ้างเงินเดือนของพนักงานอย่างไร

View original 175 more words

requirement สำคัญนะ

เรียกหรูหราหน่อย requirement
เรียกบ้านๆหน่อย todo
มันเป็นสิ่งที่จะสามารถช่วยเราไม่ให้ทำงานไปทั้งวันทั้งคืน และรู้ด้วยว่าเรามีอะไรให้ทำบ้าง

อุปสรรคมีไว้เพื่อสรรเสริญเมื่อประสบความสำเร็จว่ะ

ปีนี้เป็นปีชงของผม
นอกจากนั้นผมยังงออกจากงานเพื่อมาเปิดบริษัทของตัวเอง

ปัญหามีตั้งแต่เริ่มหาหุ้นส่วน … คือไม่มีใครมาหุ้นน่ะ
จนถึงวันนี้ก็ยังไม่หมดปัญหา ในเรื่องของการจดจัดตั้งบริษัท และจดทะเบียนภาษี 

นอกจากนั้นผมยังเรียนโทไม่จบเลย 
การออกมาตั้งบริษัทอย่างนี้ ผมอาจจะต้องลาออก หรือยอมเสียเงินเพื่อรักษาสภาพนิสิตไว้

หลายคนบอกว่า ผมยังไม่พร้อม
รอให้พร้อมก่อนไหมค่อยมาทำใหม่

… ทั้งหมดนี้ ล้วนเป็นอุปสรรค ที่เกิดจากสิ่งเร้าภายนอกตัวเรา
ถ้าใจผมมองว่ามันเป็นอุปสรรค ที่เกินจะรับมือ ผมก็คงจะล้มเลิกและทำตามคำแนะนำทั้งหลาย

ถ้าคุณเคยอ่านประวัติศาสตร์มาบ้าง คุณจะพบว่า ผู้ยิ่งใหญ่ ไม่ค่อยมีคนที่เพรียบพร้อม
แต่ก็ต่อสู้จนได้ทุกอย่างที่ต้องการ และถูกสรรเสร็ญให้เป็นผู้ยิ่งใหญ่

เช่นเดียวกับผม อุปสรรคพวกนี้ มีไว้เพื่อสรรเสริญผมเอง เมื่อผมพบความสำเร็จ

ไม่ได้มีให้ท้อถอย และล้มเลิก!

(ถ้าพร้อมทุกอย่างแล้วลุย … มันจะมีอะไรให้น่าสรรเสริญ เป็นอย่างนั้นใครๆก็ทำได้ ใช่ไหม)

Docker 101 (LAMP Stack on Ubuntu)

Docker — เป็น package management 
หรือพูดง่ายๆคือเป็น vm ในรูปแบบที่เบา ไว สามารถ pack แล้วเก็บไว้บน cloud ของ docker ได้
แล้วสามารถดึงลงเอามาใช้งานในเครื่องเราก็ได้

เราสามารถจำลอง vm ของเครื่อง LAMP, Memcached, redis ไว้เทสใน localhost บนเครื่องของเรา
สามารถทำเครื่องของเราให้กลายเป็น PaaS

วิธีการติดตั้ง docker > http://docs.docker.io/en/latest/installation/

การติดตั้ง LAMP ใน docker

  1. ดึง docker ลงมาไว้ในเครื่องเราก่อน
    $ docker run -i -t ubuntu:12.10 /bin/bash
    # คำสั่งนี้คือการสั่งให้ docker ดึง image ของ vm ที่ชื่อว่า ubuntu เวอร์ชั่น 12.10 ลงมาในเครื่องเราและทำการรัน ผลลัพท์ที่ได้คือเราจะเข้าไปอยู่ใน vm ตัวดังกล่าว
  2. อัพเดท apt-get และติดตั้ง LAMP Stack ตามธรรมดา (ตอนนี้เราอยู่ใน vm ของ docker แล้วนะ)
    $ apt-get update 
    $ apt-get install apache2
    $ apt-get install mysql-server libapache2-mod-auth-mysql php5-mysql
    $ apt-get install php5 libapache-mod-php5 php5-mcrypt
    $ vim /etc/apache2/mods-enabled/dir.conf
    # เพิ่ม index.php ใน DirectoryIndex
    $ vim /var/www/index.php
    # เพิ่ม php script เพื่อเทส
    $ service apache2 start
    $ apt-get install lynx
    # ลง lynx browser
    $ lynx http://localhost
    # เปิด browser เพื่อเทส
  3. เปิด terminal ใหม่ เพื่อทำการตรวจสอบและ save vm ที่เราสร้างเมื่อกี้
    $ docker ps 
    # คำสั่งนี้ใช้เปิดดู​ docker vm ที่กำลังเปิดใช้งานในตอนนี้ ซึ่งจะแสดง id ของ vm ที่เปิดใช้งานในตอนนี้
    $ docker commit -m “Initial LAMP Stack on Ubuntu 12.10″ [docker-id] [your-docker-name]
    # คำสั่งนี้เป็นการ save docker บน docker cloud โดย docker-id คือ id ที่กำลังรันอยู่ในตอนนี้ your-docker-name คือ ชื่อของ docker ที่เราต้องการจะ save สามารถใช้เป็นชื่อ username ของเราได้ เช่น ilumin/lamp
  4. ปิด docker สามารถทำได้ 2 วิธี
    $ exit
    # กรณีที่อยู่ใน docker vm ก็ exit ออกมาเลย ตรงนี้จะหมายถึงการปิดเครื่อง vm ทันที
    $ docker kill [docker-id]
    # กรณีที่อยู่นอก docker vm สามารถ kill process โดยใช้ docker id ที่ได้จากคำสั่ง docker ps
  5. การเปิด docker ที่เราสร้าง
    $ docker run -i -t [your-docker-name] /bin/bash
    # แค่นี้เราก็ได้ vm ที่เราทำเมื่อกี้นี้เลย

ณ ตอนที่เขียนบทความนี้ docker ยังอยู่ในเวอร์ชั่นที่ 0.6
ยังไม่รองรับทุก os (ใช้ได้เฉพาะ Linux ในบาง Kernel ส่วน os อื่นๆต้องรันด้วย vagrant ซึ่งเป็นตัวจัดการ vm ของฝั่ง virtualbox)